Open Source Service

Open Source Service

วันนี้พอดีใช้เวลา ทั้งวันหมดไปกับการประชุมกับลูกค้า 2 ราย ที่เวลาประชุมต้องประชุมกันเป็นคณะ มีคนหลากหลายเข้าร่วมประชุม ก็จะมีคำถามต่างๆ มากมาย ทั้งเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับงานของเรา ทำให้เวลาในการประชุมต้องเสียไปยาวกว่าที่ควรจะเป็น

รายแรกอยู่แถวพระราม 2   เป็นโรงพยาบาล มีที่ปรึกษาด้านไอทีเป็นคนที่ถนัดอยู่ในโลกของไมโครซอฟท์  อีกรายอยู่แถวรามอินทรา คนละฝั่งของกรุงเทพเลย  พอดีมีประเด็นที่คิดว่าน่าจะหยิบมาเล่าสู่กันฟัง  เพื่อความเข้าใจของทั้งคนที่อยู่กับซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์สมา  รวมถึงผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกันกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส อาจจะเจอหรือมีโอกาสได้เจอคำถามทำนองนี้

คุณใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส มันฟรี ไม่ใช่เหรอ ? แล้วคุณมาคิดเงินได้อย่างไร?

จากคำถามด้านบน อาจจะเพราะความที่ไม่รู้ หรือเข้าใจมาผิดๆ ในการ Promote Software Open Source ของภาครัฐ ที่ทำๆ กันมาในอดีต คือบอกว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฟรีนะ ประหยัดค่าซื้อลิขสิทธิ์ แล้วก็ปั๊มแผ่นออกมาแจกเวลาจัดงานแต่ละครั้ง  ในการของ Support ก็บอกแต่ว่ามันมีชุมชน (Community) ที่ให้ความช่วยเหลือนะ แต่ไม่ได้บอกว่าถ้าจะใช้บริการให้เขามาทำให้คุณโดยเฉพาะนั้น ก็ต้องจ่ายเงินหรือเสียเงินค่าบริการ ซึ่งถ้าเป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องซื้อไลเซนส์นั้นบริษัทที่ซื้อก็มีความเข้าใจ กันอยู่แล้วว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น อาทิเช่น

  • ค่าซอฟต์แวร์
  • ค่าอบรม , ค่าสอบ ถ้าต้องการได้ใบประกาศนียบัตรรับรองความสามารถของคุณ
  • ค่าติดตั้ง (Implement)

ทีนี้ถ้าเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่เป็นลิขสิทธิ์แบบ GNU/GPL  ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์แบบที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึง Source Code ได้และทำการจ่ายแจกได้ด้วยนั้น แล้วเราจะทำธุรกิจหรือเก็บเงินจากอะไร?  บริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น เองได้มีส่วนร่วมในการ Contribute Code ในโครงการโอเพนซอร์สหลายๆ ตัว เช่น Elgg (Open Source Social Network Platform) , Joomla (Open Source Content Management) , vTigerCRM (Open Source CRM)  ฯลฯ

ในส่วนของการ Contribute นั้นเป็นงานที่ทำฟรี ไม่ได้มีผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการเข้าไปพัฒนา ส่วนที่มาร์เวลิค ให้บริการและเป็นรายได้ที่เลี้ยงทีมพัฒนา ก็คือ

บริการให้ความช่วยเหลือ

บริการให้ความช่วยเหลือ

  • อบรมรมการใช้งาน/อบรมการพัฒนาในส่วนต่างๆ  ซึ่งตรงส่วนนี้นั้นก็คือการแชร์องค์ความรู้  ถ่ายทอดจากประสบการณ์ในการที่ได้พัฒนาโค้ดรวมทั้งการ Implement ใช้งานให้กับองค์กรต่างๆ  เป็นการย่นระยะเวลาในการที่ผู้เข้าอบรมจะไปลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ก็จะได้มาเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งการให้บริการส่วนนี้ก็มีต้นทุน เช่นค่าอุปกรณ์ สถานที่ ค่าอาหาร  ค่าแรงผู้สอน
  • งาน Implement หรือรับพัฒนา ให้กับองค์กรหรือผู้ว่าจ้าง  ในส่วนนี้ก็จะเป็นค่าแรงในการทำงาน ว่าจะต้องใช้ใครบ้างในการทำงาน ตาม Requirement ที่ให้มา ซึ่งหลายๆ งานเราลืมคิดในส่วนของเวลาที่ต้องเสียไปในการเดินทางหรือการประชุมกับลูกค้าด้วยซ้ำ  ซึ่งถ้าไม่อยากเสียเงินตรงส่วนนี้ ก็ต้องลงมือทำเองครับ เพราะในส่วนของตัว Source Code นั้นก็แจกให้ Download อยู่แล้ว หรือถ้ายังไม่มี ก็พัฒนาเพิ่มเข้าไปเอง แบบนี้ไม่ต้องไปเสียให้ใครครับ  แต่ถ้าต้องใช้คนอื่นก็ปกติไม่ต่างกันกับการใช้คนมา Implement ซอฟต์แวร์ที่คุณต้องซื้อไลเซนส์ มาใช้งาน
  • Consulting  การให้คำปรึกษาในการรเลือกใช้งานซอฟต์แวร์เกี่ยวกับโอเพนซอร์สในโซลูชั่นต่างๆ ในองค์กร  การวางแผนในการ Implement ใช้งาน  ซึ่งค่าบริการก็คือองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเวลาที่ต้องเสียไปกับการประชุมครับ

ประเด็นสำคัญอีกอันสำหรับคนหันมาจับธุรกิจโดยใช้ Software Open Source ก็คือ แล้วราคาล๊ะ จะคิดอย่างไร?  ซึ่งในส่วนนี้ต้นทุนและองค์ความรู้ ความสามารถของบุคลากร แต่ละที่ก็จะไม่เท่ากันครับ  ซึ่งปกติแล้วก็จะคิดตาม Manday ของคนที่ต้องทำงาน (เงินเดือนแต่ละที่ก็คงไม่เท่ากันอีก)  บางที Manday คิดถูกแต่ใช้จำนวนวันในการทำงานมากขึ้น  พอคำนวนรวมก็อาจจะแพงกว่าอีกที่นึงก็ได้ หรือ ทำออกมาไม่เสร็จ  ดังนั้นการรับงาน Implement ก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องคิดราคาถูกๆ  เหตุเพราะว่ามันคือโอเพนซอร์ส  แต่ไม่ได้คำนึงถึงต้นทุน เวลา ของคุณที่ต้องสูญเสียไปกับงานนั้นๆ