JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010

อับเดดงานเบื้อหลังการเตรียมงาน JoomlaDay กันสักหน่อย ขณะนี้สิ่งที่ทางคนจัดงาน ซึ่งก็คือคนของบริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น นี่แหล่ะ ที่ต้องทำก็คือวางเงินมัดจำค่าสถานที่เป็นเงิน 200,000 กว่าบาท  ซึ่งเงินจะมาจากไหน ก็คงต้องหาจาก สปอนเซอร์ หรือไม่ก็ต้องหาเงินตัวเองมาสำรองไว้ก่อน (ใครจะรู้บ้างว่าจัดงานมันต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ)  เบื้องต้นขณะนี้ ที่ตอบรับแล้ว ก็คือ HTC ซึ่งจะใช้เวลา 45 วันนับตั้งแต่วางบิลล์ไป จึงจะได้เงินออกมา อีก 1 แห่งที่แจ้งความจำนงค์มา ก็คือคุณทัศนา จาก ไอครีเอชั่น เป็น Bronze Package จำนวน 20,000 บาท  แล้วก็อยู่ในระหว่างการส่งจดหมายเทียบเชิญ ยังไม่ได้รับการตอบรับว่า ได้หรือไม่ได้อีกบางส่วน (ใครมารู้จักจะช่วยกันหาก็จะยินดีมากครับ)

ในจำนวนนี้เองก็มีการส่งไปยังหน่วยงานบ้างรัฐบ้าง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีหน่วยงานไหนส่งสัญญาณไฟเขียว ยังคงอยุ่ในขั้นไตร่ตรอง บางหน่วยงานอยากเป็นผู้ร่วมจัดงาน แต่ไม่ประสงค์ออกเงิน เราก็ต้องผ่านไปก่อน ซึ่งบริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้นเองที่เป็นบริษัทเล็กๆ  ก็เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังค่าใช้จ่ายต่างๆ ในส่วนที่ขาดไป ตั้งแต่การจัดการครั้งแรกเป็นต้นมา ผมเองยังไม่กล้าที่จะเอาชื่อบริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น ขึ้นเป็นผู้ร่วมจัดงานด้วยซ้ำไป(เป็นพวกคิดมาก) หรือผมเองอาจจะต้องคิดใหม่ ห่วงเรื่องคอมมูนิตี้ให้น้อยลง จัดงานแต่ละครั้ง ก็จะมีผู้ประกอบการเกิดขึ้น และได้ผลประโยชน์โดยรวมมากมาย  แต่มาร์เวลิค เองกลับถูกมองเหมือนเป็นบริษัทที่อิ่มทิพย์ ทั้งๆ ที่เราก็ต้องดิ้นรน แข่งขันในการหางาน เพื่อเลี้ยงพนักงานอีกหลายชีวิต เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ หรือองค์กรใหญ่ๆ ที่ได้ประโชย์จากการที่มีความเชื่อมั่นใน Joomla มากขึ้้น ผมพา Developer เก่งๆ จากต่าง ประเทศ ที่ผมมีโอกาสได้พูดคุย หรือเคยไปร่วมฟังเขาบรรยายมา ซึ่งการเดินทางไปร่วมงาน หรือฟังงานลักษณะเช่นนี้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายตลอดการเดือนทาง ก็หลักแสน ครับ การพาเข้ามาได้นี่ ก็จะเป็นประโยชน์กับนักพัฒนาในบ้านเราอีกจำนวนมากมาย

อย่างเช่น Framework ตัวนี้ http://www.nooku.org/framework.html ที่คนซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาเดินทางมาจากประเทศเบลเยี่ยม ค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยครับ

วันก่อนไปเจอข้อความ ของคุณมะระ ที่โพสไว้ว่า

ทำไมภาครัฐถึงเข้าไม่ถึงคนของชุมชนโอเพนซอร์ส

โพสไว้ใน FB wall เอามาจดไว้เป็นที่ระลึก

ไม่แปลกใจ ว่าทำไมภาครัฐถึงเข้าไม่ถึงคนของชุมชนโอเพนซอร์ส

เพราะภาครัฐชอบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วพยายามดึงชุมชนเข้ามาร่วม ทั้งที่จริงๆ แล้ว ชุมชนเกิดและโตขึ้นมาด้วยตนเอง การที่ภาครัฐจะเข้าร่วม ต้องทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ไม่ใช่วางตัวเป็นผู้นำแล้วพยายามให้ชุมชนเดินตาม

เพราะเมื่อเป็นดังนั้น ชุมชนย่อมจะไม่เดินตามภาครัฐ เพราะชุมชนเองโตขึ้นมาด้วยตนเองอยู่แล้ว

ที่แย่คือ ภาครัฐชอบมองว่าเข้ามาทำประโยชน์ แต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่าจริงแล้วตัวเองนั้นเป็นกาฝาก เพื่อหาผลงานจากชุมชน ดังนั้น ชุมชนกับภาครัฐจึงรวมกันไม่เคยได้

นี่คือแค่งานเบื้องหลัง บางส่วนที่เราต้องเจอกันทุกๆ ครั้งในการจัดงาน แต่คนจะมองแค่งานเบื้องหน้า แล้วคิดว่า จัดงานแต่ละครั้งต้องได้เงินเหลือมหาศาล ไม่งั้นคงไม่บ้า จัดงานกันหรอก คุณก็คิดอย่างนั้นหรือเปล่า?