พอดีมีเหตุจะต้องเดินทางไปประชุมของจูมล่า ที่อเมริกา จึงต้องไปขอวีซ่าอเมริกา ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสได้ดูเดี๋ยว 8 ของโน้ตอุดม ที่เล่าถึงการไปทำวีซ่า อเมริกา ที่ดูแล้วเหมือนจะยากมาก โดยเฉพาะเรื่องรูป ติดหูไม่ติดหู ทำเอานอย ไปเหมือนกัน วันนี้เลยจะเขียนเล่าประสบการณ์ตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย
ขั้นตอนที่มีอยู่ในเว็บไซต์สถานฑูตสหรัฐอเมริกา บอกไว้ประมาณนี้ครับ
ขั้นตอนทั่วไปที่ท่านต้องปฏิบัติตามในการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว
- เตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางและข้อมูลส่วนตัวของท่าน รวมทั้งรูปถ่ายที่ตรงตามข้อกำหนดและเลือกชนิดของวีซ่าที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเดินทางของท่าน
- กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ DS-160 สำหรับการสมัครวีซ่า
- ซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคล (PIN) และนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า
- ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบที่สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง (MRV)
- เดินทางมาที่สถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสัมภาษณ์วีซ่า
จุดที่ดูจะลำบากสักหน่อยก็คือ การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เนื่องจากกรอกๆ อยู่จะเกิด sessions timeout หมดเวลาซะก่อนตลอด ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ทิ้งหน้าจอนานเกินสักนิด ส่วนนี้อาจจะทำให้บางท่านเกิดปัญหากรอกไม่สำเร็จ สิ่งที่ต้องทำก็คือกรอกในแต่ละหน้าก็หมั่น Save เป็นไฟล์ไว้ครับ เวลา sessions หลุดเราจะได้ กรอกใหม่โดยการโหลดไฟล์ที่ save ไว้ ก็จะได้กรอกต่อได้ ไม่ต้องมาเริ่มกรอกใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็จะใช้เวลากับส่วนนี้เยอะพอสมควร
ในส่วนของภาพถ่ายที่โน๊ต-อุดม เล่าไว้นั้น ปัจจุบันไม่มีปัญหานั้นแล้ว เนื่องจากว่ารูปถ่ายเราจะต้องใช้ตอนที่จะกรอก DS-160 ซึ่งในเว็บเขาจะมีเครื่องมือเพื่อใช้ตรวจเช็ครูปภาพครับ ว่าใช้ได้ไหมถ้าผ่าน ก็จะสามารถใช้รูปนั้นในแบบฟอร์มได้ ซึ่งในวันที่ไปสถานฑูตนั้น เขาไม่ได้ใช้รูปที่พิมพ์ออกมาเลย
หลังจากผ่านด่านการกรอกเอกสาร DS-160 มาได้ ก็ต้องไปทำการนัดหมายวันสัมภาษณ์ ซึ่งเราต้องไปซื้อ PIN ที่ไปรษณีย์มาก่อน เพื่อลงทะเบียนผู้ใช้ และนัดหมายผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งตรงส่วนนี้ตอนผมลงทะเบียน คิวเต็มยาวล่วงหน้าไป 2 เดือน เกินวันที่จะเดินทางไปซะอีก คิดว่าอย่างงัยก็คง อดไปแน่ๆ แล้ว ทาง Opensource Matters (Joomla!) ซึ่งผมจะต้องเดินทางไปประชุมก็สอบถามมาว่ามีวิธีเร่งนัดให้เร็วขึ้นไหม หรือว่าต้องให้เขาช่วยตรงส่วนไหน ให้บอก ผมก็ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของสถานฑูตอเมริกา อีกที ก็มีหัวข้อ การขอเร่งรัดการสัมภาษณ์วีซ่าประเภทชั่วคราว ก็ลองเมล์ไปดู แจ้งชื่อ-นามสกุล User ที่ login ใช้งานในเว็บนัดหมายและหมายเลข PIN แต่ไม่ได้ระบุวันเพราะว่ายังจองไม่ได้ ก็รอเมล์ไม่เกิน 3 วัน ก็ได้รับการยืนยันและกำหนดวันสัมภาษณ์มา เป็นวันที่ 12 ก.ค. เวลา 9:00 น. (ผมจะต้องเดินทางวันที่ 27 ก.ค.) ก็รอจนถึงวันระหว่างนี้ก็เตรียมเอกสารประกอบเผื่อเขาขอดู ซึ่งถ้าดูในเว็บของสถานฑูต ก็ไม่มีบอกว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เพียงแต่บอกว่าเป็นหลักฐานที่จะแสดงว่าเรามีความผูกพันกับประเทศไทย คือไปแล้วต้องกลับมาแน่ๆ ไม่ได้ไปอยู่ในประเทศเขาแล้วไม่ยอมกลับมา ของผมก็เตรียม จม.เชิญจากหน่วยงานที่โน้นเพื่อไปร่วมประชุม , ใบจดทะเบียน/รับรองบริษัท ซึ่งมีชื่อผมเป็นกรรมการ, ใบรับรองสถานการเงินจากธนาคาร , Statement ,ทะเบียนบ้านที่มีชื่อเราเป็นเจ้าบ้าน แต่ทั้งหมดนี้วันจริงเขาดูแค่หนังสือเชิญจากหน่วยงานทางโน้นฉบัับเดียว แล้วก็คืนให้ไม่ได้เก็บไว้ เอกสารอื่นๆ ก็ไม่ได้ขอดูเลยแม้แต่น้อย
พอถึงวันนัด คืนนั้นผมกว่าจะหลับก็ตี 2 กว่าครับ ตั้งโทรศัพท์ปลุกไว้ตี 5 ก็รีบนอนละครับหวังว่านาฬิกาที่ปลุกไว้จะทำให้ตื่นได้ แต่แม่เช้ามาสะดุ้งตื่นเอาตอน 6:30 น. นาฬิกาไม่ปลุกซะงั้น เพราะลืมดูว่า 5:00 ด้นหลังมันเป็น PM มันคือตั้งปลุกไว้ตอน ห้าโมงเย็น! ก็ตาลีตาเหลือกละครับทีนี้ ลุ้นรถติดไปตลอดทาง ก็ขับรถไปจอดอ่อนนุช แล้วขึ้นรถไฟฟ้าไป ก็ไปถึงโน้น ราวๆ 8:30 น. มีเจ้าหน้าที่สาวสวยใส่เสื้อสีชมพู มายืนเช็คชื่อจัดคิวเรียงตามเวลา ยืนต่อแถวกันอยู่หน้าทางเข้า กว่าจะได้เข้าไปข้างในก็ 10 โมงกว่าละครับ ด้วยความที่เป็นคนขี้ร้อน เสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ เข้าไปด้านใน ก่อนผ่านด่านยามรักษาความปลอดภัย ก็ต้องฝากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิค ไว้ทั้งหมด โทรศัพท์เอาเข้าไม่ได้ เหมือนสถานฑูตทุกๆ ที่แหล่ะครับ
พอเข้าด้านในก็จะต่อแถวอีกรอบ แต่คราวนี้มีหลังคา มีพัดลม จะมีเจ้าหน้าที่สาวสวยน่ารักๆ เสื้อสีชมพู ตรวจความพร้อมของเอกสาร เพื่อรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่คนไทย ด่านแรกเพื่อเช็คความถูกต้อง ด่านนี้ก็จะถาม เช่นกรอกเอกสารเองไหม , ไปทำอะไร , ไปกี่วัน , ทำงานที่ไหน ทำมาแล้วกี่ปี , ได้เงินเดือนเท่าไหร่ , เดินทางกับใคร ฯลฯ เสร็จแล้วก็สแกนนิ้วทั้ง 10 นิ้ว แล้วก็จะได้หมายเลขคิว เพื่อเข้าไปด้านในห้องแอร์ รอสัมภาษณ์กับกงศุลที่เป็นฝรั่ง ผมได้คิวที่ 101 วันที่ผมไปมีคนถือพาสปอตราชการหลายคนมาก ที่ไปขอวีซ่า เพื่อไปดูงานต่างประเทศ บางคนก็มีหนังสือส่งตัว บางคนก็ไม่ได้ขอมา โดนคำถามกันเยอะมากๆ ส่วนผมตอนถึงคิวถูกถามไม่ถึง 5 นาที แถมไม่ขอดูเอกสารใดๆ เพิ่มเติมเลย นอกจากดู passport เล่มเดิม หลังจากนั้น 2 วันก็ได้รับผ่าน Passport ที่มี VISA อายุ 10 ปี กลับมาอยู่ในมือ :)

Subscribe

เจ๋งมากค่ะ. ตอนนี้รอไปสัมภาษณ์ วันที่28 นี้เพราะว่าใช้ i20 ขอไปเรียน
[Reply]
ทำไมไม่เล่าเยอะๆค่ะกำลังเตรียมใจอยู่อะ แค่ไปเที่ยว ลำบากมากเลย!!!!!!! จะได้ไหมเรา
[Reply]
มิ้นได้วีซ่าแล้วค่ะ ^.^
[Reply]
ดีใจด้วยครับ เห็นไม๊ ไม่อยากอย่างที่คิด โน้ดอุดม ทำเราพารานอย
[Reply]
โน้ตทำ พารานอย ไม่ว่า มิ้นไปเจอ คนสัมภาษณ์ เป็ฝรั่งตัวแสบ แบบ ทำท่าดูถูกเรามาก แต่ เราไม่สนค่ะ ลันล้าตลอดอิอิ
[Reply]
ขอบคุณนะคะ..เป็นเหมือนกันเลยคะ..ดูเดี่ยว 8 แล้วเครียดเลย..กำลังจะไปขอวีซ่าพอดีเลยคะ..อ่านแล้วอุ่นใจขึ้นเยอะ..ขอบคุณอีกครั้งคะ
[Reply]
สู้ๆ ครับ ให้กำลังใจ ไม่ยากโดยเฉพาะเรื่องรูป เพราะถ้ากรอกฟอร์มผ่าน วันจริงก็ไม่ได้ใช้รูปแล้้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องหูแล้วครับ
[Reply]
เคยไปขอหลายครั้งไม่ได้สักที ไม่รู้เพราะอะไรแย่มากช่วยด้วย
[Reply]
ปลายฟ้า Reply:
March 16th, 2012 at 16:51
ตอนนี้รับทำวีซ่า อเมริกาอยู่ค่ะ ถ้าต้องการไปจริงๆ ก้อติดต่อใช้บริการได้นะค่ะ
089-998-8311
082-0618221
[Reply]
เพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อวานครับ สด ๆ ร้อน ๆ เตรียมเอกสารไปเยอะมาก ไม่ขอดูเลย ถามเราว่าเคยเปลี่ยนชื่อมัี๊ยเราเคยเปลี่ยนก็ไม่ดูเอกสาร เอ๊ะ ทำไมเชื่อเราง่ายจัง สเตทเม้นท์ก็ไม่ขอดู ใบประการก็ไม่ขอดู งงมาก สรุปก็ได้มา 10 ปีแบบงง ๆ ครับ
[Reply]
เย้ๆๆ..ยินดีด้วยนะคะ ^^
[Reply]
แล้วคุณ CupCake ได้วีซ่า มาเรียบร้อยแล้วรึยังครับ?
[Reply]
^^ ยังไม่ได้ไปทำเลยคะ…ตอนแรกกว่าจะไปทำเพราะว่าวีซ่าจะหมด มีนา นี้น่ะคะ…แต่พอต้องเดินทางไปต่างประเทศ..เลยยังไม่ได้ยื่นเรื่องน่ะคะ..กว่าจะได้ทำก็คงช่วง เมษา แล้วน่ะคะ…ตอนนี้กำลังมึนกับวีซ่าอังกฤษคะ…มีคำถามมากมาย…ไม่อยากตอบผิดเลย…เค้าว่ายากมากคะ T^T
[Reply]
ผมเพิ่มโดน reject Visa ครับ
ผมจะไปเที่ยวช่วงเดือน มีนานี้ครับ เพราะผมมีญาติ ที่เพิ่มคลอดลูกสาว และน้องชายที่เรียนอยู่เมกาครับ
ผมเคยไปเมกาแล้วด้วย J-1 ในปี2007ครับ
การทำงาน: ผมทำงานกับธุรกิจของคลอบครัว เป็น sales manager เงินเดือน30,000
แม่จะเป็นคน sponsor การเดินทางครั้งนี้ครับ
เขาบอกว่าผมต้องมีคนไทยนอกเมกาที่มำให้เขาเชื่อว่าผมจะกลับไทยมากกว่านี้อะครับ ผมต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มหรอครับ?
[Reply]
@Tim เหมือนจะพลาดตรงที่มีญาติ อยู่ที่นั่นหลายคน จนเขารู้สึกว่าคุณจะย้ายไปอยู่ประเทศเขามั้งครับ
คงต้องหาหลักฐานผูกพัน ในประเทศ ว่าคุณจะกลับมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หน้าที่การงาน พ่อแม่ ครอบครัว ฯลฯ
[Reply]
ตัวผมไม่มีทรัพย์สินครับ เพราะทำงานให้แม่
ตอนนี้ผมใช้ทรัพย์สินแม่ยื่น + ให้ข้าราชการระดับ C11 ยื่นรับรองว่าจะกลับมาอะครับ น่าจะพอไหมครับ
[Reply]
ถ้าคราวนี้ไม่ได้ผมจะเอาเงินไปเที่ยว EU แทนหละครับ
[Reply]
กำลังจะไปขอวีซ่าธุรกิจ/ท่องเที่ยวค่ะ บริษัทจะส่งไปติดต่อค้าขายและดูงานแสดงสินค้า ไปประมาณต้นเดือนหน้า ที่กระชันชิดเพราะลูกค้าบอกว่าว่างแค่ช่วงนี้และตรงกับงานแสดงพอดีค่ะ แต่ท่าทางคิวนัดสัมภาษณ์จะยาว ถ้าจะขอแบบเร่งรัด ควรแจ้งสถานฑูตว่าอย่างไรดีคะ ต้องเป็นเมลล์ภาษาอังกฤษใช่ไม๊คะ แล้วถ้าไปกันหลายคน ส่งเมลล์ขอแบบเร่งรัดพร้อมกันเลยในเมลล์เดียวได้ไม๊คะ
ขอบคุณค่ะ
[Reply]
อยากทราบว่าหลังจากที่ได้วีซ่าแล้ว ใช้เวลาเท่าไรถึงจะได้รับพาสปอร์ตคืนค่ะ
[Reply]
@Rattana ประมาณ 3 วันไปรับได้
[Reply]
สัมภาษณ์เป็นภาษาอะไรดีที่สุดครับ (ไทย/Eng)
[Reply]
อยากทราบว่าเอกสารต่างๆทีใช้นั้นต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดไหมครับ เช่นทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรสหรือเอกสารจดทะเบียนรับรองบริษัทของกระทรวงพานิชย์ (ไม่แน่ใจว่าพวกนี้จะขอออกเป็นภาษาอังกฤษได้ไหมครับ) และถ้ามีบริษัทหรือคนอื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ต้องเอา statement ของคนที่ออกไปด้วยไหมครับ
การสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษหรือไทยนั้นมีผลต่อการออกวีซ่าให้หรือไม่ครับ
[Reply]
@Preecha ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับ ว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และก็ไปทำวีซ่าตามที่เขียนเล่าไปแค่นั้น แชร์ให้ว่าหลังจากดูโน้ดอุดมเล่า แล้วทำให้เราพารานอยครับ เรื่องรูปเรื่องหู ไรงี้ แต่พอลงมือทำเองจริงๆ แล้วถ้าเรากรอกแบบฟอร์มสมบูรณ์ รูปที่อับโหลดไป เรียบร้อย วันจริงก็ไม่ได้ใช้รูปเลย
หัวใจหลักของการสัมภาษณ์ น่าจะอยู่ที่ ทำให้เขาเชื่อว่าเราจะกลับมาประเทศเรา ไม่ได้จะไปอยู่ในประเทศเขา ดังนั้นหลักฐานต่างๆ ที่ทำให้เห็นว่าเรามีความผูกพันธ์กับประเทศเรา มีอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้เราต้องกลับมาแน่ๆ เช่นมีหน้าที่การงาน มีงานประจำทำ , มีทรัพย์สิน ฯลฯ กับประเด็นวัตถุประสงค์ในการเดินทางว่าไปทำอะไร ระยะเวลานานแค่ไหน ค่าใช้จ่ายต่างๆ (เหมือนจะดูว่าคุณจะรอดในต่างแดนได้ไม๊)
ทะเบียนบ้าน อาจจะช่วยได้ถ้าเรามีชื่อเป็น เจ้าบ้าน มั้งครับ ของผมตอนเตรียมไป ก็เป็นภาษาไทยหมดครับ มีจม.เชิญจากคนจัดงานที่ อเมริกา ที่เป็นภาษาอังกฤษ
สัมภาษณ์เขาก็ถามเป็นภาษาอังกฤษ ว่าเราพูดได้ไม๊ ผมก็ตอบไปแบบว่า พูดได้นิดหน่อย ไม่ต้องโชว์ เพราะเห็นคนที่พูดได้สำเนียงดี โดนชวนคุยนานมาก 555
[Reply]
ขอบคุณคุณ Akarawuth มากครับ
[Reply]
เอต้องไปประชุมที่อเมริกาปลายเดือน พค. ค่ะแต่คิวสัมภาษณ์เต๊มทั้งเดือนเอจะขอแบบเร่งรัดจะต้องเมลล์รายระเอียดอะไรบ้าอค่ะ มีตัวอย่างให้ดูมัยค่ะ ขอบคุณค่ะ
[Reply]
@Ketsirin แนบ จ.ม. เชิญประชุมจากทางคนจัดงาน หรือ บริษัททางโน้น ไปกับเมล์ เรา ก็เขียนอธิบายเหตุผลไปตรงๆ ครับ ไม่ต้องอ้อมค้อม ว่าเรามีกำหนดประชุม วันที่ …. แต่คิวไม่ว่างเลย แล้วก็แจ้ง ชื่อ นามสกุล เลข pin / user เราไปครับ ไม่น่าเกิน 7 วัน ก็น่าจะได้เมล์ตอบกลับมาครับ
[Reply]
update หลังจากทีไปสัมภาษณ์มาแล้ว ไม่ได้ยากและน่ากลัวเหมือนที่คิด ตอนสัมภาษณ์ไม่ได้ดูเอกสารอะไรเลย Statement ก็ไม่ได้ดู ผมมีหนังสือเชิญไปประชุมจากที่โน่น คนสัมภาษณ์ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษด้วยเลย แค่ถามว่าไปทำไม เคยไปไหนมาก่อนแล้ว แล้วก็ถามว่าประเทศที่เพิ่งไปมาน่าไปเที่ยวไหม แล้วก็บอกว่าเรียบร้อย งงมากทำไมง่ายไม่เหมือนที่เค้าพูดเลยครับ
[Reply]