VISAพอดีมีเหตุจะต้องเดินทางไปประชุมของจูมล่า ที่อเมริกา จึงต้องไปขอวีซ่าอเมริกา ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสได้ดูเดี๋ยว 8 ของโน้ตอุดม ที่เล่าถึงการไปทำวีซ่า อเมริกา ที่ดูแล้วเหมือนจะยากมาก โดยเฉพาะเรื่องรูป ติดหูไม่ติดหู  ทำเอานอย ไปเหมือนกัน  วันนี้เลยจะเขียนเล่าประสบการณ์ตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย

 

ขั้นตอนที่มีอยู่ในเว็บไซต์สถานฑูตสหรัฐอเมริกา บอกไว้ประมาณนี้ครับ

ขั้นตอนทั่วไปที่ท่านต้องปฏิบัติตามในการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว

  1. เตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางและข้อมูลส่วนตัวของท่าน รวมทั้งรูปถ่ายที่ตรงตามข้อกำหนดและเลือกชนิดของวีซ่าที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเดินทางของท่าน
  2. กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ DS-160 สำหรับการสมัครวีซ่า
  3. ซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคล (PIN) และนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า
  4. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบที่สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง (MRV)
  5. เดินทางมาที่สถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสัมภาษณ์วีซ่า

จุดที่ดูจะลำบากสักหน่อยก็คือ การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เนื่องจากกรอกๆ อยู่จะเกิด sessions timeout หมดเวลาซะก่อนตลอด ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ทิ้งหน้าจอนานเกินสักนิด ส่วนนี้อาจจะทำให้บางท่านเกิดปัญหากรอกไม่สำเร็จ  สิ่งที่ต้องทำก็คือกรอกในแต่ละหน้าก็หมั่น Save เป็นไฟล์ไว้ครับ  เวลา sessions หลุดเราจะได้ กรอกใหม่โดยการโหลดไฟล์ที่ save ไว้ ก็จะได้กรอกต่อได้ ไม่ต้องมาเริ่มกรอกใหม่ทั้งหมด  ซึ่งก็จะใช้เวลากับส่วนนี้เยอะพอสมควร

ในส่วนของภาพถ่ายที่โน๊ต-อุดม เล่าไว้นั้น ปัจจุบันไม่มีปัญหานั้นแล้ว เนื่องจากว่ารูปถ่ายเราจะต้องใช้ตอนที่จะกรอก DS-160 ซึ่งในเว็บเขาจะมีเครื่องมือเพื่อใช้ตรวจเช็ครูปภาพครับ ว่าใช้ได้ไหมถ้าผ่าน ก็จะสามารถใช้รูปนั้นในแบบฟอร์มได้  ซึ่งในวันที่ไปสถานฑูตนั้น เขาไม่ได้ใช้รูปที่พิมพ์ออกมาเลย

หลังจากผ่านด่านการกรอกเอกสาร  DS-160 มาได้ ก็ต้องไปทำการนัดหมายวันสัมภาษณ์ ซึ่งเราต้องไปซื้อ PIN ที่ไปรษณีย์มาก่อน เพื่อลงทะเบียนผู้ใช้ และนัดหมายผ่านทางเว็บไซต์  ซึ่งตรงส่วนนี้ตอนผมลงทะเบียน คิวเต็มยาวล่วงหน้าไป 2 เดือน เกินวันที่จะเดินทางไปซะอีก  คิดว่าอย่างงัยก็คง อดไปแน่ๆ แล้ว  ทาง Opensource Matters (Joomla!) ซึ่งผมจะต้องเดินทางไปประชุมก็สอบถามมาว่ามีวิธีเร่งนัดให้เร็วขึ้นไหม หรือว่าต้องให้เขาช่วยตรงส่วนไหน ให้บอก  ผมก็ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของสถานฑูตอเมริกา อีกที ก็มีหัวข้อ การขอเร่งรัดการสัมภาษณ์วีซ่าประเภทชั่วคราว  ก็ลองเมล์ไปดู แจ้งชื่อ-นามสกุล  User ที่ login ใช้งานในเว็บนัดหมายและหมายเลข PIN  แต่ไม่ได้ระบุวันเพราะว่ายังจองไม่ได้  ก็รอเมล์ไม่เกิน 3 วัน ก็ได้รับการยืนยันและกำหนดวันสัมภาษณ์มา เป็นวันที่ 12 ก.ค. เวลา 9:00 น. (ผมจะต้องเดินทางวันที่ 27 ก.ค.)   ก็รอจนถึงวันระหว่างนี้ก็เตรียมเอกสารประกอบเผื่อเขาขอดู ซึ่งถ้าดูในเว็บของสถานฑูต ก็ไม่มีบอกว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เพียงแต่บอกว่าเป็นหลักฐานที่จะแสดงว่าเรามีความผูกพันกับประเทศไทย คือไปแล้วต้องกลับมาแน่ๆ ไม่ได้ไปอยู่ในประเทศเขาแล้วไม่ยอมกลับมา  ของผมก็เตรียม จม.เชิญจากหน่วยงานที่โน้นเพื่อไปร่วมประชุม , ใบจดทะเบียน/รับรองบริษัท ซึ่งมีชื่อผมเป็นกรรมการ, ใบรับรองสถานการเงินจากธนาคาร  , Statement  ,ทะเบียนบ้านที่มีชื่อเราเป็นเจ้าบ้าน  แต่ทั้งหมดนี้วันจริงเขาดูแค่หนังสือเชิญจากหน่วยงานทางโน้นฉบัับเดียว แล้วก็คืนให้ไม่ได้เก็บไว้ เอกสารอื่นๆ ก็ไม่ได้ขอดูเลยแม้แต่น้อย

พอถึงวันนัด คืนนั้นผมกว่าจะหลับก็ตี 2 กว่าครับ  ตั้งโทรศัพท์ปลุกไว้ตี 5  ก็รีบนอนละครับหวังว่านาฬิกาที่ปลุกไว้จะทำให้ตื่นได้  แต่แม่เช้ามาสะดุ้งตื่นเอาตอน 6:30 น. นาฬิกาไม่ปลุกซะงั้น เพราะลืมดูว่า 5:00 ด้นหลังมันเป็น PM  มันคือตั้งปลุกไว้ตอน ห้าโมงเย็น!  ก็ตาลีตาเหลือกละครับทีนี้  ลุ้นรถติดไปตลอดทาง  ก็ขับรถไปจอดอ่อนนุช แล้วขึ้นรถไฟฟ้าไป ก็ไปถึงโน้น ราวๆ 8:30 น. มีเจ้าหน้าที่สาวสวยใส่เสื้อสีชมพู มายืนเช็คชื่อจัดคิวเรียงตามเวลา ยืนต่อแถวกันอยู่หน้าทางเข้า กว่าจะได้เข้าไปข้างในก็ 10 โมงกว่าละครับ ด้วยความที่เป็นคนขี้ร้อน เสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ  เข้าไปด้านใน ก่อนผ่านด่านยามรักษาความปลอดภัย ก็ต้องฝากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิค ไว้ทั้งหมด โทรศัพท์เอาเข้าไม่ได้ เหมือนสถานฑูตทุกๆ ที่แหล่ะครับ

พอเข้าด้านในก็จะต่อแถวอีกรอบ แต่คราวนี้มีหลังคา มีพัดลม จะมีเจ้าหน้าที่สาวสวยน่ารักๆ เสื้อสีชมพู ตรวจความพร้อมของเอกสาร เพื่อรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่คนไทย ด่านแรกเพื่อเช็คความถูกต้อง ด่านนี้ก็จะถาม เช่นกรอกเอกสารเองไหม , ไปทำอะไร , ไปกี่วัน , ทำงานที่ไหน ทำมาแล้วกี่ปี , ได้เงินเดือนเท่าไหร่ , เดินทางกับใคร ฯลฯ เสร็จแล้วก็สแกนนิ้วทั้ง 10 นิ้ว  แล้วก็จะได้หมายเลขคิว เพื่อเข้าไปด้านในห้องแอร์ รอสัมภาษณ์กับกงศุลที่เป็นฝรั่ง  ผมได้คิวที่   101  วันที่ผมไปมีคนถือพาสปอตราชการหลายคนมาก ที่ไปขอวีซ่า เพื่อไปดูงานต่างประเทศ บางคนก็มีหนังสือส่งตัว บางคนก็ไม่ได้ขอมา โดนคำถามกันเยอะมากๆ  ส่วนผมตอนถึงคิวถูกถามไม่ถึง 5  นาที แถมไม่ขอดูเอกสารใดๆ เพิ่มเติมเลย นอกจากดู passport เล่มเดิม  หลังจากนั้น 2 วันก็ได้รับผ่าน Passport ที่มี VISA อายุ 10 ปี กลับมาอยู่ในมือ  :)