Sep
1

Update Ads JoomlaDay Bangkok 2010

Invite to JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010 Ads.

อับเดด Ads ที่จะลงในหนังสือ OpenSource 2 Day ปกหน้าใน  ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย บก.นิตยสาร โอเพนซอร์สทูเดย์ ลงให้ฟรี ไม่คิดเงิน ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Sep
0

ยังคงเหนื่อยกับการหา sponsor งาน JoomlaDay

JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010

อับเดดงานเบื้อหลังการเตรียมงาน JoomlaDay กันสักหน่อย ขณะนี้สิ่งที่ทางคนจัดงาน ซึ่งก็คือคนของบริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น นี่แหล่ะ ที่ต้องทำก็คือวางเงินมัดจำค่าสถานที่เป็นเงิน 200,000 กว่าบาท  ซึ่งเงินจะมาจากไหน ก็คงต้องหาจาก สปอนเซอร์ หรือไม่ก็ต้องหาเงินตัวเองมาสำรองไว้ก่อน (ใครจะรู้บ้างว่าจัดงานมันต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ)  เบื้องต้นขณะนี้ ที่ตอบรับแล้ว ก็คือ HTC ซึ่งจะใช้เวลา 45 วันนับตั้งแต่วางบิลล์ไป จึงจะได้เงินออกมา อีก 1 แห่งที่แจ้งความจำนงค์มา ก็คือคุณทัศนา จาก ไอครีเอชั่น เป็น Bronze Package จำนวน 20,000 บาท  แล้วก็อยู่ในระหว่างการส่งจดหมายเทียบเชิญ ยังไม่ได้รับการตอบรับว่า ได้หรือไม่ได้อีกบางส่วน (ใครมารู้จักจะช่วยกันหาก็จะยินดีมากครับ)

Continue Reading…

Sep
0

เว็บไซต์ JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay BKK 2010 Website

JoomlaDay BKK 2010 Website

วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปไหน นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับหน้าจอ เพื่ออับเดดเว็บไซต์งาน  JoomlaDay ให้เสร็จ จะได้มีเวลา PR ได้นานขึ้น ถึงแม้ว่าการหาสปอนเซอร์ยังไม่ได้การตอบรับ ตามเป้าที่คิดไว้ แต่จากการที่คุยกันเบื้องต้น ก็พอจะมีแนวโน้มในทางที่ดี สถานที่จัดงาน ก็ลงตัวแล้ว คงไม่สามารถหาที่อื่นมีมีราคาต่ำกว่านี้  โดยที่ยังอยู่ในแหล่งที่เดินทางไปมาสะดวกแบบนี้ ได้อีก  ซึ่งล่าสุดก่อนที่จะตัดสินใจเลือกที่สยามพารากอน ก็ได้ สอบถามทาง โรงแรมสยามซิตี้ ดู ค่าใช้จ่ายตกหัวละ 900 บาทต่อวัน  ถูกกว่าโรงแรมในเมืองครึ่งนึง แต่ถ้าจัดสองวัน ก็ 1,800  บาท ซึ่งยังไม่รวมค่าอื่นๆ อีก ก็สูงเกินไปอยู่ดี ครับ  แบกรับความเสี่ยงไม่ไหว – -”

งาน   JoomlaDay ปีนี้ เก็บค่าเข้างาน 2  วัน  1,000 บาท (ตกวันละ  500 บาท)  ซึ่งก็ต่ำกว่าต้นทุนที่ผู้เข้างานแต่ละท่านใช้ (ไม่นับรวมค่าวิทยากรที่เดินทางมาแต่ละคนด้วยซ้ำ)  ส่วนที่ขาดไปจึงต้องเป็นภาระให้คนจัดงานต้องวิ่งหาสปอนเซอร์มาช่วยค่าใช้จ่าย ทั้ง ๆที่ ไม่น่าจะต้องเหนื่อยแบบนั้น  ถ้าทุกคนที่มาหารค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้น เพราะแต่ละคนเองก็ได้ประโยชน์ จาก Open Source ที่มีคนทำออกมาให้ใช้งาน เอาไปพัฒนาต่อยอดกันได้  ประหยัดงบประมาณกันไปได้เยอะ และก็ถูกกว่าที่ต้องไปดูงานลักษณะนี้ กันในต่างประเทศ งานนี้เราไม่ต้องเสียค่าเดินทางไปต่างประเทศ แถมโอกาศที่ Speaker จากประเทศต่างๆ จะมารวมกันได้เยอะขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ครับ

แต่เหมือนกับว่างาน Event ในประเทศไทย โดยเฉพาะงาน OpenSource ที่ถูกจัดโดยภาครัฐ  หรือ Commercial OpenSource ที่เป็น Product  ที่บริษัทในไทยเป็นตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่แล้ว เขาก็จะจัดงานฟรี แถมมีของรางวัลต่างๆ แจกในงานอีกมากมาย แทบจะทำให้เราเหมือนเป็นบุคคลสำคัญ ที่เขาต้องคอยดูแล เลี้ยงข้าว แทบจะอุ้มเราเลยละครับ ทำให้เราติดนิสัยงานแบบนี้กันจนเคยตัว :)   เงินค่าเข้างาน 1,000 บาท นั้นหลายคนบอกว่าแพง แต่ลองคิดดูดีๆ ครับ ถึงสิ่งที่ได้จากงาน ไม่ว่าจะเป็นของที่จับต้องได้ หรือ เนื้อหาความรู้ที่ได้จากวิทยากรแต่ละท่าน เงินหนึ่งพันบาทของท่าน แทบจะไม่สามารถเทียบได้เลย

เว็บ JoomlaDay ผมเปิดเว็บขึ้นช่วงค่ำๆ ของวันอาทิตย์  เช้ามา เจอข่าวงาน JoomlaDay ลงในไทยรัฐออนไลน์  เร็วมากครับ :)

เตรียมลั่นฆ้องจัดงานจูมล่าเดย์ 2010 (ไทยรัฐ)

Aug
2

อับเดดเตรียมงาน JoomlaDay BKK 2010 (3)

หลังจากที่พยายามหาสถานที่เพื่อใช้ใจการจัดงาน เพื่อตอบเป้าหมายที่วางไว้ คือ

  • รองรับคนได้ถึง 1,000 คน  (เป้าหมายนี้ค่อนข้างจะท้าทายคนจัดเช่นกัน ต้องบ้าและกล้าพอ)
  • เดินทางสะดวก
  • เก็บเงินค่าเข้างาน ที่ไม่สูงมาก งานจูมล่าเดย์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราทำได้ :)
  • ยกระดับของการจัดงาน โอเพนซอร์ส ในประเทศไทย ให้สูงขึ้น ว่าคนใช้งานโอเพนซอร์ส ก็ไม่ได้ด้อยไปว่าคนใช้งานซอฟต์แวร์แพงๆ เลย
Siam Pavalai

Siam Pavalai Royal Grand Theatre

Continue Reading…

Aug
1

อับเดดการเตรียมงาน JoomlaDay Bangkok 2010 (2)

นอกเหนือจากงานบริษัทแล้ว ช่วงนี้ทีมมาร์เวลิค ยังต้องแบ่งเวลา สำหรับการเตรียมการจัดงานจูมล่าเดย์บางกอก 2010 ในส่วนของงานจูมล่าเดย์ นั้นต้องทำควบคู่กันหลายอย่างมาก วันที่จัดงานค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเป็น สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พฤษจิกายน ซึ่งอาจจะเป็น วันศุกร์ 12 เสาร์ ที่ 13 พฤษจิกายน  เนื่องจากเย็นวันเสาร์ หรือ อาทิตย์ช่วงเดือน พ.ย.มักชนกับงานแต่งงาน :)

ด้วยที่คิดการใหญ่ วางเป้าหมายไว้คนเข้างานไว้ถึง 1,000 คน สถานที่จะรองรับคนได้ จึงเหลือตัวเลือกไม่มากนัก ประกอบกับต้องพยายามหาสถานที่ที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด  จากที่ถามหลายๆ ที่ ราคาต่อหัวสำหรับอาหารกลางวัน รวมกาแฟเบรค ต่อคนต่อวัน อยู่ราวๆ 1,600 – 1,800 บาท ต่อวัน  หรือบางแห่งครึ่งวันคิดราคา 200,000 บาท 1 coffee break. (ตกคนละ 200 บาทถ้ามา 1,000 คน ยังไม่มีอาหารกลางวัน)  ตอนนี้ควานหาได้ 1 ที่อยู่แถว BTS สุรศักดิ์  ซึ่งห้องไม่ว่างวันอาทิตย์ จึงต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นศุกร์-เสาร์ แทนซึ่งต้นทุน ที่เป็นค่าอาหาร ค่าคอฟฟี่เบรค ต้องใช้เงินวันละ 500,000 บาท จัด 2 วันต้องมี 1 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ค่าใช้จ่ายประมาณการคงอยู่ 1.5 ล้านบาทหรืออาจจะกว่า ซึ่งต้องพยายามหาสปอนเซอร์มาช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ผู้ร่วมงานจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเข้างานสูงมากนัก (พยายามจะไม่ให้ถึง 1 พันบาทต่อคน)  ซึ่งวันจันทร์นี้ผมจะไปดูสถานที่ ถ้า OK เหมาะกับการจัดและมีพื้นที่สำหรับออกบู้ธได้ ก็คงจะมา Confirm วันได้

อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องวิทยากร ปีนี้ผมเชิญเพื่อนนักพัฒนาในต่างประเทศระดับหัวกระทิ เก่งๆ มาหลายท่าน ตอนนี้ที่ตกลงแล้วในเบื้องต้น ก็ 8 ท่านครับ  เนื่องจากการบรรยายในงาน 80% เป็นภาษาอังกฤษ ปีนี้จึงมีเพื่อนๆ อาสาสมัครมาช่วยเป็นผู้แปลสรุปให้ในแต่ละหัวข้อ ได้แก่ คุณ mk Blognone, @iMenn , @Sexdrum , @nyTonkla Duocore.tv

Topics and Speakers งาน JoomlaDay

Topics and Speakers งาน JoomlaDay

ผมดูจาก Speaker แล้ว 2 วันนี่ดูน้อยไปเลยทีเดียว แต่ถ้าจำนวนวันมากกว่านี้ ต้นทุนก็คงต้องสูงขึ้นไปด้วย  ใจนึงก็เคยคิดว่าอยากจัดเพื่อให้มีเงินเหลือไว้ในสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส http://www.oseda.or.th เพื่อที่จะได้เอาไว้ดำเนินกิจกรรม event ต่างๆ ในระหว่างปี  อ่อ ขณะนี้มีสปอนเซอร์ตอบรับมาเรียบร้อยแล้ว 1 ราย คือ HTC ครับ เราจะได้เห็น Solution บนมือถือ บน Android กันในงานนี้ด้วย

Aug
1

เดินหน้าเตรียมงาน JoomlaDay Bangkok 2010

แบบเสื้องาน JoomlaDay Bangkok 2010

แบบเสื้องาน JoomlaDay Bangkok 2010

อับเดดการเตรียมงาน Joomla!Day Bangkok 2010  จากที่เขียนเล่าไว้เมื่อคราวที่แล้ว ว่ามีแรงฮึดในการที่จะจัดงาน JoomlaDay Bangkok 2010 แล้ว  สิ่งที่ต้องเตรียมการในการจัดงาน ของทีมจัดงานมือสมัครเล่นอย่างเราๆ  ก็เช่น การเสาะหาสถานที่จัดงาน ที่จะรองรับคนจำนวน  1,000 คนได้ ซึ่งก็มีไม่กี่โรงแรมนักที่จะรองรับได้ ตัวแปรอีกอันหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายต่อหัวว่าตกเท่าไหร่  เงินมัดจำที่ต้องวาง (ดูเงินในกระเป๋าตัวเองว่ามีไม๊ หรือจะหาจากไหน)  ในระหว่างที่เรา Survey สถานที่  เราก็ต้องคิดในใจไปด้วย ว่าเราจะหา Sponsor ที่ไหนมีรายไหนบ้าง แล้วก็ลองซาวด์เสียงดูว่ามีความเป็นไปได้มากแค่ไหน  ซึ่งขณะนี้เรื่องสถานที่ก็ งวดเข้ามาทุกที แล้วแต่ก็ยังต้องหาอยู่

เรื่องถัดมาที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย นั่นคือการออกแบบป้าย Banner , เสื้องานจูมล่าเดย์ เพื่อขออนุมัติแบบ เพื่อผลิตมาใช้ในงานนี้  เดิมทีเราคิดว่าจัดในเดือน พ.ย. ซึ่งจะก่อนงานลอยกระทง จึงคิดว่าจะทำออกมาเป็น Theme งานลอยกระทงมีการละเล่นไทยๆ มีเด็กหัวจุก ผมแกละ เป็นตัวแทน แต่พอทำออกมาแล้ว  ลองย้อนกลับไปดูของปีที่ผ่านๆ มา มันไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่นัก  ปีแรก เราใช้ภูเขาทอง  ปีถัดมายักษ์วัดโพธิ์   ถัดมาก็เป็นรถตุ๊กตุ๊ก มีภาพประกอบเป็นเสาชิงช้า  ปีนี้ฝ่ายออกแบบกลับไปนอนคิดมาใหม่ แล้วออกมาเป็น Theme ประมาณนี้  โดยส่วนตัวผมว่า OK แล้ว  เพื่อนๆ ท่านอื่นคิดว่าอย่างไรครับ

Continue Reading…

Aug
2

ฮึดเตรียมจัดงาน Joomla! Day Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010 หลังจากที่ถอดใจ ในการที่จะจัดงาน JoomlaDay Bangkok 2010 เนื่องด้วย สถานการณ์กีฬาสี ในบ้านเรา  รวมถึงได้เห็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่มีแรง มีเงินทุนในการ Promote ว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการที่จูมล่าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง  โดยที่ไม่ต้องลงทุน หรือ Contribute ใดๆ ให้กับชุมชนโอเพนซอร์ส  ไม่เคยยื่นมือมาช่วยเหลือกิจกรรมใด ที่ผมต้องใช้เงินของทาง บ. มาร์เวลิค เอ็นจิ้น ใช้คนของบริษัทตนเองมาช่วยกันทำ แต่ก็อย่างว่าล่ะ งานโอเพนซอร์สมันเหมือนอยู่ในกมลสันดานของผมซะแล้ว พร้อมที่จะลุกโชนออกมาทุกครั้งเมื่อมีโอกาส  พอดีได้มีโอกาสไปบรรยายในงาน Bangkok Software Fair 2010 มา ซึ่งทำให้เสียดายพื้นที่ที่เขาใช้ในการจัดงาน  ซึ่งในวันที่ผมบรรยาย ก็ได้เชิญสมาชิก Joomla! User Group Bangkok  มาร่วมฟังด้วย ทำให้ Session ผมมีคนเยอะที่สุดของงานตลอด 4 วันของการจัดงาน  ได้คุยกับสมาชิก Joomla! User Group ทุกคนก็ถามถึงกำหนดการจัดงาน JoomlaDay Bangkok 2010 ว่าจะมีเมื่อไหร่  หรือเวลาผมไปประชุมงานกับลูกค้าได้เจอกับคนที่เคยมาร่วมงาน JoomlaDay Bangkok 2009 ทุกคนก็ถามว่างานจูมล่าเดย์ ปีนี้จะมีเมื่อไหร่   เหมือนเป็นแรงยุครับ (หาเรื่องเหนื่อยอีกแล้ว)

เอาล่ะครับลองมาดูคร่าวๆ ในส่วนของการเตรียมงานแต่ละครั้ง ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง หลักๆ ที่ผมใช้ในการตัดสินใจ หรือเตรียมงาน อาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่เป็นคนจัดงานมืออาชีพเยอะครับ ผมลูกทุ่งทำไปตามที่ เหตุการณ์ และเงื่อนไขจะพาไป

Continue Reading…

Jul
3

เส้นทางเดินสู่โลกโอเพนซอร์ส (ตอนที่ ๒ เปิดบริการฝึกอบรม)

Joomla Book

หนังสือคู่มือการใช้งาน Joomla! ที่ตีพิมพ์

จากที่เล่าไว้ในตอนที่ ๑ (สนุกที่ได้ทำ) แล้วก็มาขั้นเวลาเต็มๆ ด้วยการเล่าผ่านรายการช่างคุย อีกที วันนี้เลยจะขอเล่าในส่วนของกิจกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีเว็บ Community สร้างชุมชนของคนที่สนใจ ในเรื่องเหมือนกันแล้ว งานต่อจากการที่เราเจอกันบนโลกออนไลน์ ผ่านทางเว็บบอร์ด ผ่านทาง IM ตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น MSN , Skype , Yahoo  แล้ว  วันหนึ่งเมื่อเราพร้อมและความต้องการสุกงอมพอดี  เราก็จะอยากนัดหมายออกมาพบปะพูดคุยกันตัวเป็นๆ ละครับ  เอาละครับลองมาดูเส้นทางกันดูหลายๆ คนอาจจะกำลังดำเนินการตามเส้นทางแบบนี้อยู่ก็ได้

เริ่มต้นด้วย Meeting เล็กๆ และเป็นงานฟรี

หลังจากที่เรามีเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้ว  ผมเองหลังจากที่ทำเว็บไซต์เองอยู่คนเดียว ก็เปิดให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วม เปิดพื้นที่บนเว็บเว็บไซต์ให้สมาชิกที่ อยากมีส่วนร่วม อยากเห็นว่าเว็บไซต์ควรมีข้อมูลอะไร ประมาณไหน เข้ามาช่วยกันพัฒนา ช่วยกันทำ เหมือนยกเว็บที่ทำให้เป็นของสมาชิกด้วยเลย  ก็นัดหมายสมาชิกที่สนใจ และ Active มานั่งคุยกัน  ก็ตามร้านกาแฟครับ ไม่เกิน 10 คนมานั่งคุยกันคงไม่มีปัญหาอะไร หาที่นั่งก็คงไม่ยากนัก  กลุ่มของคนที่จะเข้ามาร่วมกันพัฒนาเว็บไซต์ ก็เป็นเพียงกลุ่มหนึ่ง ที่จะเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนเว็บไซต์หรือชุมชนนี้แทนที่จะเป็นเราคนเดียว ที่ทำ เพราะเป็นงานฟรี ไม่ได้มีรายได้จากการทำเว็บคอมมูนิตี้ ทำสนุก ทำเอามันเข้าว่า

Continue Reading…

Jun
1

ทำ Community แบบไหนได้สนุกและไม่หมดเงิน

TraiTon 4x4 Club

เว็บชุมชนคนรัก TraiTon 4x4

วันนี้ประชุมกับลูกค้ารายหนึ่งแถวสีลม เกี่ยวกับโครงการสร้าง Web Community ขึ้นมา ระหว่างที่อีกคนบรรยาย ผมก็มีเวลานั่งเปิดเว็บคอมมูนิตี้ ต่างๆ ดู แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า น้องชายผมเองก็ทำเว็บคอมมูนิตี้ชุมชน Triton 4×4 ก็เลยเปิดไปดูซะหน่อย  พอเห็นแล้วทำให้นึกย้อนกลับมาดู Community ที่ตัวเองทำ สิ่งที่ได้เหมือนกันคือ คนทำได้สนุกกับมัน  แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ที่สำคัญก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม

ทำไมผมถึงรู้สึกเช่นนั้น ผมมาดูเว็บ Community ที่ผมทำแล้วไม่ได้เงินกันดูก่อน นั่นก็คือเว็บชุมชนเกี่ยวกับ Software OpenSource เช่น MamboHub.com  , JoomlaCorner.com , Mambo.or.th  (และอีกหลายๆ เว็บ)  ผมทำคอมมูนิตี้ เกี่ยวกับ OpenSource CMS มานานมาก  ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้ง Community ที่เกิดขึ้นใหม่ รวมทั้ง Community ที่ล้มหายตายจากไป  เป็นวงจรชีวิตของ Community อีกแบบหนึ่ง   เริ่มแรกของการทำเว็บชุมชน (ที่ไม่ใช่ธุรกิจ) มันจะเกิดจากใครสักคนหนึ่งอยากได้เพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกันๆ อาจจะเป็นคนที่ชอบสังคม ชอบเจอคนเยอะๆ โดยเริ่มจากการพบปะพูดคุยกันใน Internet จะผ่านทางช่องทางไหนก็ตาม  จากนั้นก็จะมีคนซึ่งบ้าพอ ที่จะลงทุน ลงแรง ทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อเป็นเว็บกลางสำหรับพบปะพูดคุยกัน  ซึ่งปัจจุบันคงไม่ลำบากเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากมีเครื่องมือที่เป็น OpenSource มากมายให้เราได้เลือกหยิบมาใช้ ให้เหมาะกับชุมชนของเราที่จะทำ เช่น CMS , Forum , Social Network Platform  ถ้าทำเองไม่เป็นก็อาจจะต้องควักเงินเพื่อจ้างใครมาทำให้อีกที  แล้วตัวเองก็ ดำเนินกิจกรรมไปตามวิถีทางอารมณ์ของชุมชน  อย่างเช่นผมทำเกี่ยวกับ Open Source  บนเว็บก็จะเป็นข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ของซอฟต์แวร์ เวอร์ชั่นต่างๆ  รวมทั้งพัฒนาอะไรๆ ออกมาแจก  เปิดเว็บบอร์ดไว้สำหรับให้คนมาถาม มาช่วยกันตอบ  พอกิจกรรมในเว็บที่มันเดินกันไปเรื่อยๆ  มันก็ถึงจุดๆ นึง ว่าเราน่าจะออกจากโลกเสมือน ออกมาเจอกันตัวเป็นๆ  จึงต้องจัดกิจกรรม Meeting , สัมมนา หรือเที่ยวด้วยกัน

Continue Reading…

Jun
0

คนทำโอเพนซอร์สไม่เคยแล้งน้ำใจ

Spring Training Day 4 at Marvelic

Spring Training Day 4 at Marvelic support by OSEDA

หัวข้อที่ตั้งวันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่า จะตรงกับเรื่องราวที่หยิบมาเล่าให้ฟังไหม เริ่มต้นของการที่เห็นข้อความในทวีตจากคุณรู๊ฟ (@roofimon) เมื่อหลายเดือนก่อนที่จะมีพาเรดพี่น้องเสื้อแดง ว่ากำลังหาสถานที่สำหรับการจัด อบรม Spring Framework ซึ่งเป็นงานคอมมูนิตี้ในเว็บไซต์ Spring66.com  ผมเองได้รู้จักคุณรู๊ฟ มานานพอสมควร ได้เห็นลีลาการบรรยายบนเวที และคำว่า  “จาว่ารวยส์”  ก็จากคุณรู๊ฟนี่แหล่ะ  ผมเองซึ่งขณะนี้ใส่หมวกหลาย มีบทบาทที่ต้องทำในหลายหน้าที่ ผมจึงยื่นมือเสนอความช่วยเหลือ ในสิ่งที่ผมพอจะช่วยได้ ในนามของสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA) โดยใช้สถานที่คือห้องอบรมของ บริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น จำกัด  ซึ่งในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์นั้น ผมเองก็ไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว ก็เพียงแค่สละเวลาวันหยุดพักผ่อน มาเปิด Office เปิดห้องอบรมให้ แค่นั้น
ด้วยความที่ผมเองก็เคยผ่านจุดเริ่มต้นของการ ทำคอมมูนิตี้ ทำเอามัน ทำเพราะสนุก ในขณะที่มีงานประจำอย่างอื่นทำอยู่ แบบที่ Community ของ Spring66.com ทำอยู่นี้มาก่อน จึงเข้าใจดี ว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีความตั้งใจดี มีความมุ่งมั่นเพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้ที่เรามีให้กับคนอื่นๆ เพื่อให้มีบุคคลากรหน้าใหม่ มีเพื่อนที่จะช่วยกันเขียนโค้ดมากขึ้น ยอมเสียเวลาพักผ่อน โดยที่ไม่ได้เงินค่าสอน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องมีผู้สนับสนุน หรือใครสักคนที่จะอยู่เบื้องหลัง

Continue Reading…