Sep
1

Update Ads JoomlaDay Bangkok 2010

Invite to JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010 Ads.

อับเดด Ads ที่จะลงในหนังสือ OpenSource 2 Day ปกหน้าใน  ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย บก.นิตยสาร โอเพนซอร์สทูเดย์ ลงให้ฟรี ไม่คิดเงิน ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Sep
0

ยังคงเหนื่อยกับการหา sponsor งาน JoomlaDay

JoomlaDay Bangkok 2010

JoomlaDay Bangkok 2010

อับเดดงานเบื้อหลังการเตรียมงาน JoomlaDay กันสักหน่อย ขณะนี้สิ่งที่ทางคนจัดงาน ซึ่งก็คือคนของบริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น นี่แหล่ะ ที่ต้องทำก็คือวางเงินมัดจำค่าสถานที่เป็นเงิน 200,000 กว่าบาท  ซึ่งเงินจะมาจากไหน ก็คงต้องหาจาก สปอนเซอร์ หรือไม่ก็ต้องหาเงินตัวเองมาสำรองไว้ก่อน (ใครจะรู้บ้างว่าจัดงานมันต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ)  เบื้องต้นขณะนี้ ที่ตอบรับแล้ว ก็คือ HTC ซึ่งจะใช้เวลา 45 วันนับตั้งแต่วางบิลล์ไป จึงจะได้เงินออกมา อีก 1 แห่งที่แจ้งความจำนงค์มา ก็คือคุณทัศนา จาก ไอครีเอชั่น เป็น Bronze Package จำนวน 20,000 บาท  แล้วก็อยู่ในระหว่างการส่งจดหมายเทียบเชิญ ยังไม่ได้รับการตอบรับว่า ได้หรือไม่ได้อีกบางส่วน (ใครมารู้จักจะช่วยกันหาก็จะยินดีมากครับ)

Continue Reading…

Aug
1

อับเดดการเตรียมงาน JoomlaDay Bangkok 2010 (2)

นอกเหนือจากงานบริษัทแล้ว ช่วงนี้ทีมมาร์เวลิค ยังต้องแบ่งเวลา สำหรับการเตรียมการจัดงานจูมล่าเดย์บางกอก 2010 ในส่วนของงานจูมล่าเดย์ นั้นต้องทำควบคู่กันหลายอย่างมาก วันที่จัดงานค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเป็น สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พฤษจิกายน ซึ่งอาจจะเป็น วันศุกร์ 12 เสาร์ ที่ 13 พฤษจิกายน  เนื่องจากเย็นวันเสาร์ หรือ อาทิตย์ช่วงเดือน พ.ย.มักชนกับงานแต่งงาน :)

ด้วยที่คิดการใหญ่ วางเป้าหมายไว้คนเข้างานไว้ถึง 1,000 คน สถานที่จะรองรับคนได้ จึงเหลือตัวเลือกไม่มากนัก ประกอบกับต้องพยายามหาสถานที่ที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด  จากที่ถามหลายๆ ที่ ราคาต่อหัวสำหรับอาหารกลางวัน รวมกาแฟเบรค ต่อคนต่อวัน อยู่ราวๆ 1,600 – 1,800 บาท ต่อวัน  หรือบางแห่งครึ่งวันคิดราคา 200,000 บาท 1 coffee break. (ตกคนละ 200 บาทถ้ามา 1,000 คน ยังไม่มีอาหารกลางวัน)  ตอนนี้ควานหาได้ 1 ที่อยู่แถว BTS สุรศักดิ์  ซึ่งห้องไม่ว่างวันอาทิตย์ จึงต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นศุกร์-เสาร์ แทนซึ่งต้นทุน ที่เป็นค่าอาหาร ค่าคอฟฟี่เบรค ต้องใช้เงินวันละ 500,000 บาท จัด 2 วันต้องมี 1 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ค่าใช้จ่ายประมาณการคงอยู่ 1.5 ล้านบาทหรืออาจจะกว่า ซึ่งต้องพยายามหาสปอนเซอร์มาช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ผู้ร่วมงานจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเข้างานสูงมากนัก (พยายามจะไม่ให้ถึง 1 พันบาทต่อคน)  ซึ่งวันจันทร์นี้ผมจะไปดูสถานที่ ถ้า OK เหมาะกับการจัดและมีพื้นที่สำหรับออกบู้ธได้ ก็คงจะมา Confirm วันได้

อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องวิทยากร ปีนี้ผมเชิญเพื่อนนักพัฒนาในต่างประเทศระดับหัวกระทิ เก่งๆ มาหลายท่าน ตอนนี้ที่ตกลงแล้วในเบื้องต้น ก็ 8 ท่านครับ  เนื่องจากการบรรยายในงาน 80% เป็นภาษาอังกฤษ ปีนี้จึงมีเพื่อนๆ อาสาสมัครมาช่วยเป็นผู้แปลสรุปให้ในแต่ละหัวข้อ ได้แก่ คุณ mk Blognone, @iMenn , @Sexdrum , @nyTonkla Duocore.tv

Topics and Speakers งาน JoomlaDay

Topics and Speakers งาน JoomlaDay

ผมดูจาก Speaker แล้ว 2 วันนี่ดูน้อยไปเลยทีเดียว แต่ถ้าจำนวนวันมากกว่านี้ ต้นทุนก็คงต้องสูงขึ้นไปด้วย  ใจนึงก็เคยคิดว่าอยากจัดเพื่อให้มีเงินเหลือไว้ในสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส http://www.oseda.or.th เพื่อที่จะได้เอาไว้ดำเนินกิจกรรม event ต่างๆ ในระหว่างปี  อ่อ ขณะนี้มีสปอนเซอร์ตอบรับมาเรียบร้อยแล้ว 1 ราย คือ HTC ครับ เราจะได้เห็น Solution บนมือถือ บน Android กันในงานนี้ด้วย

Jun
1

ทำ Community แบบไหนได้สนุกและไม่หมดเงิน

TraiTon 4x4 Club

เว็บชุมชนคนรัก TraiTon 4x4

วันนี้ประชุมกับลูกค้ารายหนึ่งแถวสีลม เกี่ยวกับโครงการสร้าง Web Community ขึ้นมา ระหว่างที่อีกคนบรรยาย ผมก็มีเวลานั่งเปิดเว็บคอมมูนิตี้ ต่างๆ ดู แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า น้องชายผมเองก็ทำเว็บคอมมูนิตี้ชุมชน Triton 4×4 ก็เลยเปิดไปดูซะหน่อย  พอเห็นแล้วทำให้นึกย้อนกลับมาดู Community ที่ตัวเองทำ สิ่งที่ได้เหมือนกันคือ คนทำได้สนุกกับมัน  แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ที่สำคัญก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม

ทำไมผมถึงรู้สึกเช่นนั้น ผมมาดูเว็บ Community ที่ผมทำแล้วไม่ได้เงินกันดูก่อน นั่นก็คือเว็บชุมชนเกี่ยวกับ Software OpenSource เช่น MamboHub.com  , JoomlaCorner.com , Mambo.or.th  (และอีกหลายๆ เว็บ)  ผมทำคอมมูนิตี้ เกี่ยวกับ OpenSource CMS มานานมาก  ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้ง Community ที่เกิดขึ้นใหม่ รวมทั้ง Community ที่ล้มหายตายจากไป  เป็นวงจรชีวิตของ Community อีกแบบหนึ่ง   เริ่มแรกของการทำเว็บชุมชน (ที่ไม่ใช่ธุรกิจ) มันจะเกิดจากใครสักคนหนึ่งอยากได้เพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกันๆ อาจจะเป็นคนที่ชอบสังคม ชอบเจอคนเยอะๆ โดยเริ่มจากการพบปะพูดคุยกันใน Internet จะผ่านทางช่องทางไหนก็ตาม  จากนั้นก็จะมีคนซึ่งบ้าพอ ที่จะลงทุน ลงแรง ทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อเป็นเว็บกลางสำหรับพบปะพูดคุยกัน  ซึ่งปัจจุบันคงไม่ลำบากเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากมีเครื่องมือที่เป็น OpenSource มากมายให้เราได้เลือกหยิบมาใช้ ให้เหมาะกับชุมชนของเราที่จะทำ เช่น CMS , Forum , Social Network Platform  ถ้าทำเองไม่เป็นก็อาจจะต้องควักเงินเพื่อจ้างใครมาทำให้อีกที  แล้วตัวเองก็ ดำเนินกิจกรรมไปตามวิถีทางอารมณ์ของชุมชน  อย่างเช่นผมทำเกี่ยวกับ Open Source  บนเว็บก็จะเป็นข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ของซอฟต์แวร์ เวอร์ชั่นต่างๆ  รวมทั้งพัฒนาอะไรๆ ออกมาแจก  เปิดเว็บบอร์ดไว้สำหรับให้คนมาถาม มาช่วยกันตอบ  พอกิจกรรมในเว็บที่มันเดินกันไปเรื่อยๆ  มันก็ถึงจุดๆ นึง ว่าเราน่าจะออกจากโลกเสมือน ออกมาเจอกันตัวเป็นๆ  จึงต้องจัดกิจกรรม Meeting , สัมมนา หรือเที่ยวด้วยกัน

Continue Reading…