Jun
1

ทำ Community แบบไหนได้สนุกและไม่หมดเงิน

TraiTon 4x4 Club

เว็บชุมชนคนรัก TraiTon 4x4

วันนี้ประชุมกับลูกค้ารายหนึ่งแถวสีลม เกี่ยวกับโครงการสร้าง Web Community ขึ้นมา ระหว่างที่อีกคนบรรยาย ผมก็มีเวลานั่งเปิดเว็บคอมมูนิตี้ ต่างๆ ดู แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า น้องชายผมเองก็ทำเว็บคอมมูนิตี้ชุมชน Triton 4×4 ก็เลยเปิดไปดูซะหน่อย  พอเห็นแล้วทำให้นึกย้อนกลับมาดู Community ที่ตัวเองทำ สิ่งที่ได้เหมือนกันคือ คนทำได้สนุกกับมัน  แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ที่สำคัญก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม

ทำไมผมถึงรู้สึกเช่นนั้น ผมมาดูเว็บ Community ที่ผมทำแล้วไม่ได้เงินกันดูก่อน นั่นก็คือเว็บชุมชนเกี่ยวกับ Software OpenSource เช่น MamboHub.com  , JoomlaCorner.com , Mambo.or.th  (และอีกหลายๆ เว็บ)  ผมทำคอมมูนิตี้ เกี่ยวกับ OpenSource CMS มานานมาก  ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้ง Community ที่เกิดขึ้นใหม่ รวมทั้ง Community ที่ล้มหายตายจากไป  เป็นวงจรชีวิตของ Community อีกแบบหนึ่ง   เริ่มแรกของการทำเว็บชุมชน (ที่ไม่ใช่ธุรกิจ) มันจะเกิดจากใครสักคนหนึ่งอยากได้เพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกันๆ อาจจะเป็นคนที่ชอบสังคม ชอบเจอคนเยอะๆ โดยเริ่มจากการพบปะพูดคุยกันใน Internet จะผ่านทางช่องทางไหนก็ตาม  จากนั้นก็จะมีคนซึ่งบ้าพอ ที่จะลงทุน ลงแรง ทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อเป็นเว็บกลางสำหรับพบปะพูดคุยกัน  ซึ่งปัจจุบันคงไม่ลำบากเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากมีเครื่องมือที่เป็น OpenSource มากมายให้เราได้เลือกหยิบมาใช้ ให้เหมาะกับชุมชนของเราที่จะทำ เช่น CMS , Forum , Social Network Platform  ถ้าทำเองไม่เป็นก็อาจจะต้องควักเงินเพื่อจ้างใครมาทำให้อีกที  แล้วตัวเองก็ ดำเนินกิจกรรมไปตามวิถีทางอารมณ์ของชุมชน  อย่างเช่นผมทำเกี่ยวกับ Open Source  บนเว็บก็จะเป็นข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ของซอฟต์แวร์ เวอร์ชั่นต่างๆ  รวมทั้งพัฒนาอะไรๆ ออกมาแจก  เปิดเว็บบอร์ดไว้สำหรับให้คนมาถาม มาช่วยกันตอบ  พอกิจกรรมในเว็บที่มันเดินกันไปเรื่อยๆ  มันก็ถึงจุดๆ นึง ว่าเราน่าจะออกจากโลกเสมือน ออกมาเจอกันตัวเป็นๆ  จึงต้องจัดกิจกรรม Meeting , สัมมนา หรือเที่ยวด้วยกัน

Continue Reading…

Jun
4

ทำโอเพนซอร์ส เราขายบริการ

Open Source Service

Open Source Service

วันนี้พอดีใช้เวลา ทั้งวันหมดไปกับการประชุมกับลูกค้า 2 ราย ที่เวลาประชุมต้องประชุมกันเป็นคณะ มีคนหลากหลายเข้าร่วมประชุม ก็จะมีคำถามต่างๆ มากมาย ทั้งเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับงานของเรา ทำให้เวลาในการประชุมต้องเสียไปยาวกว่าที่ควรจะเป็น

รายแรกอยู่แถวพระราม 2   เป็นโรงพยาบาล มีที่ปรึกษาด้านไอทีเป็นคนที่ถนัดอยู่ในโลกของไมโครซอฟท์  อีกรายอยู่แถวรามอินทรา คนละฝั่งของกรุงเทพเลย  พอดีมีประเด็นที่คิดว่าน่าจะหยิบมาเล่าสู่กันฟัง  เพื่อความเข้าใจของทั้งคนที่อยู่กับซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่โอเพนซอร์สมา  รวมถึงผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกันกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส อาจจะเจอหรือมีโอกาสได้เจอคำถามทำนองนี้

คุณใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส มันฟรี ไม่ใช่เหรอ ? แล้วคุณมาคิดเงินได้อย่างไร?

จากคำถามด้านบน อาจจะเพราะความที่ไม่รู้ หรือเข้าใจมาผิดๆ ในการ Promote Software Open Source ของภาครัฐ ที่ทำๆ กันมาในอดีต คือบอกว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฟรีนะ ประหยัดค่าซื้อลิขสิทธิ์ แล้วก็ปั๊มแผ่นออกมาแจกเวลาจัดงานแต่ละครั้ง  ในการของ Support ก็บอกแต่ว่ามันมีชุมชน (Community) ที่ให้ความช่วยเหลือนะ แต่ไม่ได้บอกว่าถ้าจะใช้บริการให้เขามาทำให้คุณโดยเฉพาะนั้น ก็ต้องจ่ายเงินหรือเสียเงินค่าบริการ ซึ่งถ้าเป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องซื้อไลเซนส์นั้นบริษัทที่ซื้อก็มีความเข้าใจ กันอยู่แล้วว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น อาทิเช่น

  • ค่าซอฟต์แวร์
  • ค่าอบรม , ค่าสอบ ถ้าต้องการได้ใบประกาศนียบัตรรับรองความสามารถของคุณ
  • ค่าติดตั้ง (Implement)

Continue Reading…

Jun
0

คนทำโอเพนซอร์สไม่เคยแล้งน้ำใจ

Spring Training Day 4 at Marvelic

Spring Training Day 4 at Marvelic support by OSEDA

หัวข้อที่ตั้งวันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่า จะตรงกับเรื่องราวที่หยิบมาเล่าให้ฟังไหม เริ่มต้นของการที่เห็นข้อความในทวีตจากคุณรู๊ฟ (@roofimon) เมื่อหลายเดือนก่อนที่จะมีพาเรดพี่น้องเสื้อแดง ว่ากำลังหาสถานที่สำหรับการจัด อบรม Spring Framework ซึ่งเป็นงานคอมมูนิตี้ในเว็บไซต์ Spring66.com  ผมเองได้รู้จักคุณรู๊ฟ มานานพอสมควร ได้เห็นลีลาการบรรยายบนเวที และคำว่า  “จาว่ารวยส์”  ก็จากคุณรู๊ฟนี่แหล่ะ  ผมเองซึ่งขณะนี้ใส่หมวกหลาย มีบทบาทที่ต้องทำในหลายหน้าที่ ผมจึงยื่นมือเสนอความช่วยเหลือ ในสิ่งที่ผมพอจะช่วยได้ ในนามของสมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA) โดยใช้สถานที่คือห้องอบรมของ บริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้น จำกัด  ซึ่งในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์นั้น ผมเองก็ไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว ก็เพียงแค่สละเวลาวันหยุดพักผ่อน มาเปิด Office เปิดห้องอบรมให้ แค่นั้น
ด้วยความที่ผมเองก็เคยผ่านจุดเริ่มต้นของการ ทำคอมมูนิตี้ ทำเอามัน ทำเพราะสนุก ในขณะที่มีงานประจำอย่างอื่นทำอยู่ แบบที่ Community ของ Spring66.com ทำอยู่นี้มาก่อน จึงเข้าใจดี ว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีความตั้งใจดี มีความมุ่งมั่นเพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้ที่เรามีให้กับคนอื่นๆ เพื่อให้มีบุคคลากรหน้าใหม่ มีเพื่อนที่จะช่วยกันเขียนโค้ดมากขึ้น ยอมเสียเวลาพักผ่อน โดยที่ไม่ได้เงินค่าสอน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องมีผู้สนับสนุน หรือใครสักคนที่จะอยู่เบื้องหลัง

Continue Reading…

Jun
9

เปิดบ้านให้ช่างคุย มาชวนคุยเรื่องโอเพนซอร์ส

เหตุการณ์ต่อเนื่องครับ จากงาน #TWT4TH  ที่พี่หงษ์(@hongsyok) กับ วิทย์ (@simplywit) เชิญให้มาออกรายการ ผ่านหน้าจอการถ่ายทอดสดในวันนั้น ก็เลยตกปากรับคำไป พร้อมกับชวนพี่หงษ์ มาถ่ายทำนอกสถานที่ ก็คือชวนมาถ่ายที่บ้านผมนี่แหล่ะ เนื่องจากวันเสาร์ อาทิตย์ Office มาร์เวลิค ปิด และวันธรรมดาพี่หงษ์เองก็ต้องทำงาน เว็บช่างคุย.คอม เป็นเว็บที่ทำเพราะความสนุก ก็เลยได้มานั่งคุยกันครับ ออกมาเป็น ช่างคุย ตอนที่ ๑๗๒. Marvelic และ Open Source ก็ลองฟังดูครับน่าจะเป็นเรื่องราวคร่าวๆ เกี่ยวกับความเป็นมาของ บริษัทมาร์เวลิค เอ็นจิ้นจำกัด บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส ในรูปแบบที่ต่างจากที่อื่น …

สรุปประเด็นที่พี่หงษ์ ได้มาชวนคุยแล้วแตกประเด็นไป ในระยะเวลา 90 นาที  ก็จะเป็นเรื่องราวความเป็นมาของ บริษัทมาร์เวลิค แต่ละคนมีพื้นฐานหรือทำอะไรกันมาก่อน  งานบางส่วนที่ทำเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส แตะไปถึงความเห็นต่อภาครัฐนิดนึง คุยกันแบบสนุกๆ หัวเราะกันไปตลอดทั้งตอน

ขอบคุณครับที่มาชวนคุยเรื่องราวของบริษัทเล็กๆ ทีมงานเล็กๆ คนธรรมดาๆ ที่ไม่ได้โด่งดังอะไร

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Jun
5

เส้นทางเดินสู่โลกโอเพนซอร์ส (ตอนที่ ๑ สนุกที่ได้ทำ)

ได้โอกาสเริ่มเล่าเรื่องซะที  พอดีวันนี้คุณภาสกร หงษ์หยก จาก ช่างคุย.คอม มาชวนคุยอัดรายการ เรื่องราวเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส ที่ทีมผมได้ลงมือทำกันมา เห็นพี่เขาบอกว่า ไม่วันจันทร์ก็อังคารนี้น่าจะขึ้นที่เว็บช่างคุย ไหนๆ ก็เพิ่งเล่าไป จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานักนึกใหม่ ว่าเรื่องราวในอดีตมันเป็นมาอย่างไร ก็ลงมือเริ่มเขียนเล่าซะเลย  พื้นเพผมแต่เดิมเริ่มแรกผมเริ่มทำงานเขียนโปรแกรม ระบบธุรกิจต่างๆ (Inventory, AR, AP, ERP ) ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น Dos ใช้ Server เป็น Netware  (ย้อนหลังไปก็ประมาณ 20 ปีที่แล้ว)  ผมอยู่ในธุรกิจของ Software House มา 7 ปี  เริ่มจากตำแหน่ง Junior Programmer มาสุดท้ายที่ System Analyst ก่อนจะเปลี่ยนงานมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอที ของบริษัทในเครือ CDG  เพราะเบื่องานพัฒนาซอฟต์แวร์ขายที่ต้องแก้โค้ดให้กับลูกค้าทุกราย แทนที่บริษัทต่างๆ จะสามารถใช้เป็น Package เหมือนกันได้ (ยุคนั้น AccPac , บิสิเนสพลัส ยังไม่เกิด)  ประกอบกับผมอยาก เรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่ๆ เขาทำงานกันอย่างไร

Continue Reading…

Jun
8

จงภูมิใจที่เลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

ขั้นเวลา ในการที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางเดินสู่โลกโอเพนซอร์สของผมก่อน ด้วยเรื่องการของนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส มาใช้งาน แล้วผมรุ้สึกขัดๆ ใจ อย่างบอกไม่ถูก ในฐานะของคนพัฒนาโอเพนซอร์ส และทำบริษัทที่ทำธุรกิจในการให้บริการเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส  พอดีวันนี้ ได้มีโอกาสเปิดไปดูเว็บไซต์ของ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า แล้วเกิดสะดุดตาจาก URL ของเว็บไซต์ ว่านี่น่าจะเป็น CMS ที่เราคุ้นเคย  โดยเมื่อหลายปีก่อนแรกเริ่มของเว็บไซต์ เท่าที่ผมจำได้  ซิป้า ใช้ Mambo ในการขับเคลื่อนเว็บไซต์ ซึ่งทำโดยเจ้าหน้าที่ภายในขององค์กรเอง เพราะไม่ได้จัดสรรงบประมาณในการจัดทำเว็บไซต์ไว้  ยุคต่อมาก็มีการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ จะด้วยการจัดจ้างหรือความร่วมมือจากบริษัทคู่ค้าหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่เว็บใหม่พัฒนาด้วย JSP ซึ่งก็เหมือนทำออกมาแล้วก็ยังไม่สมบูรณ์หรือเสร็จดี (เมื่อครั้งที่ผมเคยเปิดดูในตอนนั้น)  มาวันนี้เว็บไซต์เปลี่ยนไปครับ ใช้ Joomla !  ในการขับเคลื่อนเว็บไซต์โดยบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้นำ Joomla! มาใช้ในการ Implement และมีการพัฒนาและหยิบเอา Extensions มาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงกับ Requirement ของผู้ว่าจ้าง (ผมไม่คิดว่างานเยอะขนาดนี้จะเป็นงานฟรี ครับ ซึ่งผมอาจจะผิดก็ได้)   อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านคงสงสัยว่า แล้วมันผิดปกติตรงไหน? เดี๋ยวผมจะลงลึกในแต่ละประเด็นว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนไม่ควรทำ ซึ่งจะโทษผู้รับทำฝ่ายเดียวก็คงพูดได้ไม่เต็มที่นัก  เพราะไม่มีข้อมูลของทั้งสองฝ่าย ในการเขียน Blog เกี่ยวกับประเด็นนี้ผมไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายใดๆ  เพียงแต่ต้องการยกมาเป็น เคสในการเรียนรู้ ให้คนท่านอื่นๆ หรือบริษัทอื่นๆ ที่จะก้าวเข้ามาสู่วงจรของโอเพนซอร์สอย่างสร้างสรรค์

Continue Reading…

Jun
6

เส้นทางเดินสู่โลกโอเพนซอร์ส (เกริ่น)

มหากาพย์ เรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางเดินสู่โลกโอเพนซอร์ส ของผมที่ได้ลองผิด ลองถูก มาตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปี จะถูกบันทึกถ่ายทอดไว้ที่นี่ ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะถูกแบ่งไว้ทั้งหมดกี่ตอน  ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความขยันในการเขียนเล่าเรื่องราว ว่าจะเขียนให้ละเอียดแค่ไหน ไม่ได้มีการเขียนร่างหรือกำหนดหัวข้อที่จะเขียนไว้ก่อนที่ลงมือ เป็นการเขียนสดผ่านหน้าจอ  เท่าที่คิดไว้คร่าวๆ ว่าน่าจะเล่าเรื่องอะไรบ้าง ก็เช่น

  • ประสบการณ์การทำคอมมูนิตี้
  • การได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาโค้ดในโปรเจคหลักเช่น Mambo , Joomla  ฯลฯ
  • การได้เข้าไปเป็นกรรมการบอร์ดขององค์กรที่ดูแลโปรเจคโอเพนซอร์ส เช่น Open Source Matters Inc, Mambo Foundation Inc
  • การทำงานกับภาครัฐที่เราหวังว่าเขาจะส่งเสริมโอเพนซอร์ส เช่น SIPA , NECTEC
  • โมเดลธุรกิจ ของบริษัทโอเพนซอร์ส
  • งานฟรีที่ไปช่วยเขาทำ แต่พอเขามีงบกลับไปจ้างคนอื่น (ผมไม่ใช่ NGO แต่ทำยิ่งกว่า)
  • ประสบการณ์การ Implement งานให้กับบริษัท, องค์กรต่างๆ ด้วย Software Open Source
  • จุดกำเนิด สมาคมส่งเสริมและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA)
  • โครงการที่อยากทำถ้ามีทุน (อาจจะต้องทำผ่านทาง OSEDA)

Continue Reading…

Jun
15

FLEXIContent โปรเจคที่เราพัฒนาได้รับรางวัล

FlexiContent

FLEXIContent CCK for Joomla

งาน JandBeyond 2010 ที่เยอรมันผ่านพ้นไปแล้ว ในงานนี้เป็นปีแรกของการแจกรางวัล  Joomla Open Source Creative and Artistic Recognition (J.O.S.C.A.R)  ซึ่งมีผู้ร่วมในงานจาก 27 ประเทศ รางวัลได้ถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ มาจากการเสนอชื่อจากผู้ใช้งานจูมล่าทั่วโลก  การประกาศผลรางวัลโดยละเอียดไปอ่านจากใน Blog ของฝรั่งต่อเอาเองแล้วกันนะครับ (รายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด)  ในที่นี้ผมจะพูดถึงเฉพาะรางวัลที่เราได้รับมาเท่านั้น

Continue Reading…